ชื่อ                   ณัฐณิชา  นักปราชญ์

ระดับ               มัธยมศึกษาตอนต้น

สถานศึกษา       ชมรมศิลปะปาร์ตี้อาร์ตแกลลอรี่

ชื่อผลงาน         ชาละวันพ่าย 

ชื่อวรรณกรรม   ไกรทอง

 

บทวรรณกรรม

              ไกรทองก็ต่อแพลอยน้ำและประกอบพิธีเรียกราชาจระเข้มาต่อสู้  ชาวบ้านที่อยากดูเหตุการณ์  เมื่อรู้ข่าวการล่าพญาจระเข้ทั้งอยู่ใกล้ไกลก็แห่กันมาดูเกตุการณ์อยู่บนฝั่งอย่างใจจดใจจ่อและถึงแม้ว่าพญาชาละวันจะพยายามปกป้องชีวิตของจนอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม  แต่ก็ไม่สามารถหนีโชคชะตาไปได้  ดังนั้นพิธีของไกรทองจึงทำให้ชาละวันรู้สึกเร้าร้อนเหมือนถูกไฟเผา พญาชาละวันจึงแผลงฤทธิ์พังประตูถ้ำออกมาแล้วโผล่ขึ้นเหนือน้ำกลายเป็นจระเข้ใหญ่น่ากลัว  แม่น้ำที่สงบเงียบก็ปั่นป่วนด้วยฤทธิ์ของสัตว์ร้าย  ทันทีที่ทั้งคู่เผชิญหน้ากันก็เกิดการต่อสู้กันจนชุลมุนท้ายที่สุดไกรทองก็แทงสัตว์ร้ายเข้าที่ใต้ราวนมด้วยหอกสัตตะโลหะ  ทันใดนั้นทั่วทั้งลำน้ำก็กลับกลายเป็นสีแดงฉานพร้อมทั้งกลิ่นคาวเลือด  เพื่อปกป้องชีวิตของตนไว้พญาชาละวันจึงหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำใต้น้ำ  แต่ว่าไกรทองไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขาตามคู่ต่อสู้ลงไปในถ้ำ  โดยจุดเทียนชัยสะเบิดน้ำเป็นทางลงไปใต้น้ำ  เมื่อเข้าไปในถ้ำไกรทองเห็นวิมาลาภรรยาของชาละวันก็แกล้งทำเป็นเข้าไปลวนลามเพื่อให้นางส่งเสียงและยั่วให้สัตว์ร้ายที่กำลังได้รับบาดเจ็บออกมาจากที่ซ่อน  ชาละวันเข้าไปหาปู่ของตนเพื่อให้ช่วยรักษาบาดแผลให้  แต่ว่าจระเข้เฒ่าไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เพราะชาละวันไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้  เสียงหวีดร้องของภรรยาทำให้เจ้าสัตว์ร้ายเดือดดาลยิ่งนักถึงออกมาจากที่ซ่อน  แต่ก็มาถูกแทงตายอยู่ตรงนั้นเอง  ไกรทองสามารถช่วยตะเภาทองออกมาได้และนำนางขึ้นสู่เหนือผิวน้ำท่ามกลางเสียงโห่ร้องฝูงชนด้วยความดีใจอย่างสุดซึ้ง  ท่านเจ้าเมืองพิจิตรจึงมอบรางวัลให้ไกรทองตามสัญญาพร้อมกับยกลูกสาวอีกคนหนึ่งคือตะเภาแก้วให้เป็นภรรยาของไกรทองด้วย  ดังนั้นไกรทองจึงได้สองพี่น้องเป็นภรรยาพร้อมกับสมบัติอีกส่วนหนึ่งจากท่านเจ้าเมือง  ทั้งสามจึงใช้ชีวิตอยู่ในเมืองพิจิตรอย่างมีความสุข         

 

ข้อคิดที่ได้

               "ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ไกรทองมีความมุ่งมั่นพยายามที่ต้องการจะปราบชาละวัน  แม้ว่าจะมีอุปสรรคตลอดจนความน่ากลัวที่รออยู่ข้างหน้าก็ตาม  แต่ก็ยังสามารถที่จะฟันฝ่าโดยการจุดเทียนชัยเพื่อเปิดทางลงไปปราบชาละวันในถ้ำใต้น้ำและช่วยนางตะเภาทองขึ้นมาได้อย่างสำเร็จ  ข้าพเจ้าคิดว่าความพยายามอดทนเป็นพื้นฐานที่เยาวชนทุกคนควรจะมี  ดังคำกล่าวที่ว่า  ถ้าเราไม่เจออุปสรรคก็คงจะไม่มีความทะเยอทยานที่จะเอาชนะอุปสรรค  และถ้าเราไม่มีความทะเยอทยานก็คงไม่มีความมานะอดทน  และถ้าเราไม่มีความมานะอดทนก็คงไม่เจอกับความสำเร็จ