ชื่อ                   เดช อุ่นเรือง

ระดับ                มัธยมปลาย

สถานศึกษา        โรงเรียนเทศบาล4 (เพาะชำ)

ชื่อผลงาน          ท้าวสุรนารีผู้ให้แผ่นดินไทยมีความสุข 

ชื่อวรรณกรรม   ท้าวสุรนารี 

 

บทวรรณกรรม

                ต้นรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยของพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมืองนครราชสีมาได้รักษาสถานะเป็นหัวเมืองเอก ซึ่งเป็นหลักเมืองของสยาม ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบชายพระราชอาณาเขต มีพระสุริยเดช นามเดิมทองคำ ดำรงตำแหน่งปลัดเมืองมีภรรยาชื่อคุณหญิงโม ครั้งนั้นเจ้าพระยากำแหงสงครามเจ้าเมืองนครราชสีมาได้ออกเดินทางพร้อมพระยาปลัดทองคำและกองกำลังส่วนหนึ่งไปราชการยังเมืองขันธ์บุรี พระยาปลัดทองคำได้ฝากฝังให้คุณหญิงโม คอยเป็นหูเป็นตาช่วยพระยากรมภักดียกกกระบัตรเมืองนครราชสีมาดูแลกิจการบ้านเมือง เจ้าอนุวงศ์ผู้ปกครองกรุงศรีสัตนาคนหุต ล้านช้างและเวียงจันทร์ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของสยามมีจดหมายขอเสบียงจากเจ้าเมืองนครราชสีมา อ้างว่าอังกฤษจะยกทัพเรือมาตีกรุงเทพฯ จึงยกทัพมาช่วยและอยากให้นครราชสีมาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกอบกู้กรุงเทพฯ หากความคิดการใหญ่ต้องการแตกข้อเป็นเอกราช ขณะนั้นทหารส่วนหนึ่งติดตามพระยาปลัดทองคำไปเมืองขุขันธ์ ด้านกำลังพลจึงเสียเปรียบอยู่มากจึงไม่ยอมให้การต้อนรับกองทัพเจ้าอนุวงศ์เข้าเมืองก่อน

                เจ้าอนุวงศ์สั่งผู้คนขุดคูตั้งป้อมค่ายเป็นที่โจษจันไปทั่วเมือง คุณหญิงโมจึงรีบแจ้งข่าวให้พระยากำแหงสงครามและพระยาปลัดทองคำที่ขันธ์บุรีทราบ และในระหว่างนั้นก็มีผู้คนเฝ้าสังเกตการณ์ไปก่อนโดยไม่ให้อีกฝ่ายไหวตัวทัน เจ้าอนุวงศ์สั่งให้พระยารามพิชัยนำเหล่าทหารกระจายกำลังยึดอาวุธและทรัพย์สินให้หมดทุกบ้านทุกเรือนนำตัวท่านกรมเมืองไปขังเป็นตัวประกันเอาไว้และกวาดต้อนชาวเมืองไปอยู่นอกเมืองให้หมดซึ่งในบรรดาเชลยสึกนั้นมีคุณหญิงโมรวมอยู่ด้วย

                ฝ่ายพระยาปลัดเมื่อทราบข่าวจากคุณหญิงจันทร์ว่าเจ้าอนุวงศ์คิดแข็งข้อต่อกรุงเทพฯ เข้ายึดเมืองนครราชสีมาจึงให้คำสั่งส่วนหนึ่งไปแจ้งข่าวแก่ทางกรุงเทพฯ ส่วนตัวเองจะกลับไปดูลาดเลาที่นครราชสีมาทำทีเป็นขอเข้าเฝ้าเจ้าอนุวงศ์และหาทางยึดเมืองคืนในภายหลัง เจ้าอนุวงศ์หวั่นใจว่าทางกรุงเทพฯ ยกทัพมาชาวเมืองที่ถูกต้อนอยู่นอกเมืองที่จะกลายเป็นกำลังเสริมเป็นอย่างดีจึงเรียกตัวคุณหญิงโมเข้าเฝ้าด้วยเห็นว่าคุณหญิงโมเป็นที่รักของชาวเมืองเป็นอย่างยิ่ง และสั่งให้พาชาวเมืองอพยพไปเมืองเวียงจันทร์หากไม่อยากเห็นชาวเมืองอันเป็นที่รักต้องล้มหายตายจากโดยมีเพี้ยยารามพอชัยเป็นนายทัพจัดพาคุณหญิงโมและชาวเมืองอพยพออกไป

               ฝ่ายพระยาปลัดทองคำของเฝ้าสวามิภักดิ์ต่อเจ้าอนุวงศ์เคยได้ยินมาว่าพระยาปลัดทองคำเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์อย่างยิ่งจึงไม่เชื่อว่าจะยอมแปรพักตร์มาเข้ากับตนโดยง่าย แต่อาลัยต่อครอบครัวไม่อาจตัดใจจาก จึงขอละทิ้งบ้านเกิดตามไปรับใช้เบื้องพระยุคลบาทยังเมืองเวียงจันทร์ เมื่อเจ้าอนุวงศ์ถามไถ่ถึงบรรดาเหล่าขุนนางที่เดินทางไปเมืองขุขันธ์ ฝ่ายพระยาปลัดก็กล่าวว่าเจ้าพระยานครขลาดเขลา เกรงกลัวพระบารมีเห็นทางนี้มีกำลังทหารมากจึงนำกำลังหนีไปพึ่งเขมร ฝ่ายเจ้าอนุวงศ์เชื่อใจจึงสั่งให้พระยาปลัดเดินทางไปสมทบกับขบวนของเพี้ยยารามพิชัยกลับเวียงจันทร์ ฝ่ายคุณหญิงโมออกอุบายให้ผู้หญิงหุงหาอาหาร ชายต้มเหล้าร้องความสนุกสนานให้เหล่าทหารลาวเป็นการหน่วงเหนี่ยวไว้ให้เดินทัพช้าลง โดยวางแผนให้พวกผู้หญิงหลอกขอ มีด จอบ เสียม มาใช้ซ่อมเกวียนและทำอาหาร แต่แท้จริงแล้วกลับนำมีด จอบ เสียม นั้นมาลอบตัดไม้เป็นอาวุธแอบซ่อนไว้ ฝ่ายพระยาปลัดได้เตรียมกำลังพร้อมไว้ คุณหญิงโมสั่งให้ชาวบ้านช่วยกันออกแรงนำอาวุธไปสมทบกับพวกที่ซุ้มอยู่และรอคำสั่งคุณหญิงโมให้เข้าโจมตี ระหว่างพักที่ทุ่งสัมฤทธ์ แขวงพิมายครั้นพอสบโอกาสเหมาะพวกผู้หญิงก็ช่วยกันหลอกล่อ มอมเหล้าทหารจนเมามายไร้สติไปทั้งกองทัพ แล้วช่วยกันทั้งหญิงและชายแย่งอาวุธฆ่าฟันทหารล้มตายเป็นจำนวนมากจนกองทัพแตกพ่ายไป เมื่อได้รับชัยชนะแล้ว จึงตั้งค่ายอยู่ที่ทุ่งสัมฤทธิ์ชาวเมืองที่หนีรู้ข่าวการชนะศึก จึงพากันกลับมาสมทบและพระยาปลัดยกทัพมาช่วยทันเวลาส่วนเจ้าอนุวงศ์รู้ข่าวว่ากรุงเทพฯยกทัพขึ้นมาช่วยจึงเลิกทัพกลับไปเวียงจันทร์

                จากวีรกรรมอันกล้าหาญเด็ดเดี่ยวที่คุณหญิงโมได้กระทำเพื่อกู้เอกราชและปกป้องมาตุภูมิสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานเครื่องยศพร้อมได้ทรงสถาปนาคุณหญิงโมเป็น ท้าวสุรนารีวีรสตรีของชาติ ท้าวสุรนารี คุณหญิงโม หรือย่าโมมีชีวิตอยู่ถึงปี พ.ศ.๒๓๙๕ ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โดยได้อยู่เคียงข้างกับชาวเมืองนครราชสีมาอันเป็นที่รักอย่างสงบสุขตราบจนชั่วชีวิต

                แม้เวลาล่วงเลยมานานแสนนานแต่ตำนานของท้าวสุรนารี วีรสตรี ผู้กู้แผ่นดินก็ยังคงได้รับการกล่าวขานถึงความเฉลียวฉลาด เสียสละ กล้าหาญ สืบต่อกันไปตราบนานเท่านาน

 

ข้อคิดที่ได้

                ความเสียสละกล้าหาญของท้าวสุรนารีที่มีต่อประชาชนเมืองนครราชสีมา ทำให้ชาวเมืองนครราชสีมามีความสุขตราบนานตลอดมา