ชื่อ                   ภัทร บุญล้อม

ระดับ                มัธยมปลาย

สถานศึกษา        โรงเรียนรัตนราษฏร์บำรุง

ชื่อผลงาน          การให้ของพระเวสสันดร 

พระราชนิพนธ์    พระเวสสันดรชาดก 

 

บทวรรณกรรม

               ครั้งชูชกเห็นได้เวลาแล้ว จึงมุ่งมาที่อาศรม ได้พบพระชาลีพระกัณหาทรงเล่นอยู่หน้าอาศรมก็แกล้งขู่ให้ สองพระองค์ตกพระทัยเพื่อข่มขวัญไว้ก่อน แล้วพราหมณ์เฒ่าก็เข้าไปเฝ้าพระเวสสันดร กล่าววาจากราบทูลด้วยโวหาร อ้อมค้อมลดเลี้ยว ชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อทูลขอพระโอรสธิดาไปเป็นข้าช่วงใช้ของตน พระเวสสันดรทรงมีพระทัยยินดีที่จะทรงกระทำบุตรทาน อันหมายถึงว่า พระองค์เป็นผู้สละกิเลสความหวงแหนในทรัพย์สมบัติทั้งปวง แม้กระทั้งบุคคลอันเป็นที่รักก็สามารถสละเป็นทานเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ แต่พระองค์ทรงผัดผ่อนต่อชูชกว่า ขอให้พระนางมัทรีกลับมาจากป่าได้ร่ำลาโอรสธิดาเสียก่อนชูชกก็ไม่ยอม “หากพระนางกลับมา สัญชาตญาณแห่งมารดาย่อมจะทำให้พระนางหวงแหนห่วงใย พระโอรสธิดา ย่อมจะไม่ทรงให้พระโอรสธิดาพรากจากไปได้ หากพระองค์ทรงปรารถนาจะบำเพ็ญทานจริงก็โปรดยกให้หม่อมฉันบัดนี้เถิด”

 

ข้อคิดที่ได้

                แสดงให้เห็นถึงการเสียสละ ซึ่งเป็นการให้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สละกุมารทั้งสองให้แก่ชูชก และด้วยที่กุมารทั้งสองทรงรำลึกได้ถึงหน้าที่ของบุตรที่ดี ที่ต้องเชื่อฟังบิดามารดา รำลึกได้ถึงความเพียรของบิดาที่จะประกอบบารมีเพื่อความหลุดพ้นจากกิเลส ทั้งยังรำลึกถึงขัตติยมานะว่าทรงเป็นโอรสธิดากษัตริย์ ไม่สมควรจะหวาดกลัวต่อสิ่งใด ถึงแม้จะไม่รู้ชะตากรรมที่จะขึ้นข้างหน้า ซึ่งชูชกเองก็ไม่ได้นึกถึงความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของคนอื่น ต้องการเพียงแต่ความอยากได้มาครอบครองเป็นของตัวเองข้าพเจ้าต้องการถ่ายทอดให้เห็นถึงความน่ากลัวที่ทำให้กุมารทั้งหวาดกลัวขณะมาขอกุมรทั้งสองกับพระเวสสันดร ซึ่งเปรียบได้กับปัจจุบัน ที่ต้องการได้ของที่ไม่ใช่ของตน เพียงแต่ความต้องการของที่ต้องการได้มา โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น ความทุกข์ของผู้อื่นการเสียสละยังสะท้อนให้เห็นถึงสังคมปัจจุบันที่ยังคงแสวงหาผลประโยชน์เข้าตนเอง อยากที่จะได้รับแต่ไม่อยากที่จะให้ หรือเสียสละทำให้สังคมทุกวันนี้มีปัญหา จึงอยากให้ตระหนักรู้ถึงการให้ การเสียสละการเป็นผู้ให้ที่ดี และการเป็นผู้รับที่รู้จักพอ